Centrifuge Tube PP กับ PET ต่างกันอย่างไร

Centrifuge Tube PP กับ PET สำหรับใช้งานในห้องปฏิบัติการ

Centrifuge tube แบบ PP และ PET ต่างกันหลัก ๆ ที่คุณสมบัติของวัสดุ โดย PP หรือ Polypropylene นิยมใช้กับงานปั่นเหวี่ยง เพราะทนแรงกระแทกและอุณหภูมิได้ดี ขณะที่ PET หรือ Polyethylene Terephthalate มีจุดเด่นเรื่องความใส ช่วยให้สังเกตตัวอย่างภายในหลอดได้ง่าย การเลือกใช้จึงควรดูทั้งค่า RCF อุณหภูมิ และลักษณะตัวอย่าง 

Centrifuge Tube PP กับ PET ต่างกันอย่างไร เลือกวัสดุแบบไหนให้เหมาะกับงานในห้องแล็บ

การเลือก centrifuge tube หลายคนอาจพิจารณาเพียงขนาดของหลอด เช่น 15 ml หรือ 50 ml แต่จริง ๆ แล้ว “วัสดุของหลอด” เป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เพราะมีผลต่อความทนทาน ความใส อุณหภูมิที่รองรับ รวมถึงความเหมาะสมกับขั้นตอนการทดลอง โดยวัสดุที่พบได้ในหลอดพลาสติกสำหรับห้องปฏิบัติการมีหลายชนิด และ PP กับ PET ก็มีคุณสมบัติแตกต่างกัน

Centrifuge Tube PP คืออะไร?

PP หรือ Polypropylene เป็นพลาสติกที่นิยมใช้ผลิตอุปกรณ์ห้องปฏิบัติการ รวมถึง centrifuge tube เนื่องจากมีความเหนียว น้ำหนักเบา และทนต่อสารเคมีหลายชนิดได้ดี อีกทั้งผลิตภัณฑ์บางรุ่นยังรองรับอุณหภูมิสูงและการ Autoclave ได้

จุดเด่นของ PP ได้แก่

  • มีความเหนียวและทนต่อแรงกระแทกได้ดี
  • ทนสารเคมีได้หลากหลาย แต่ควรตรวจ Chemical Compatibility ก่อนใช้งาน
  • เหมาะกับงานที่ต้องปั่นเหวี่ยง โดยต้องไม่เกินค่า RCF ที่ผู้ผลิตกำหนด
  • PP บางเกรดสามารถ Autoclave ได้

ตัวอย่างเช่น Centrifuge Tube แบบ Free-Standing 50 ml ของ LAPMA ที่จำหน่ายโดย Lap Manage ผลิตจาก Ultra-clear Polypropylene รองรับอุณหภูมิ -40 ถึง 121°C สามารถ Autoclave ที่ 121°C และรองรับ Max RCF 7,500 × g

แล้ว Centrifuge Tube PET มีจุดเด่นอะไร?

PET หรือ Polyethylene Terephthalate เป็นพลาสติกที่มีความใสและคงรูปได้ดี จึงเหมาะกับงานที่ต้องการมองเห็นตัวอย่างภายในหลอดอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม คุณสมบัติด้านการทนอุณหภูมิ การปั่นเหวี่ยง และความเข้ากันได้กับสารเคมีจะแตกต่างกันไปตามเกรดและการออกแบบของผลิตภัณฑ์

ดังนั้น หากเป็น centrifuge tube PET ไม่ควรพิจารณาจากชนิดพลาสติกเพียงอย่างเดียว แต่ควรตรวจ Datasheet ของหลอดรุ่นนั้นว่ารองรับค่า RCF และช่วงอุณหภูมิที่ต้องการหรือไม่ รวมถึงมีข้อจำกัดต่อสารที่ใช้ในการทดลองหรือเปล่า

PP กับ PET ต่างกันตรงไหน?

คุณสมบัติ

PP (Polypropylene)

PET (Polyethylene Terephthalate)

ความใส

โปร่งแสงถึงค่อนข้างใส ขึ้นอยู่กับเกรด

โดยทั่วไปมีความใสสูง

ความเหนียว

ดี

ดี แต่คุณสมบัติขึ้นอยู่กับเกรด

การทนสารเคมี

ทนสารเคมีหลายชนิด

ต้องตรวจตามสารและเกรดวัสดุ

การทนอุณหภูมิ

โดยทั่วไปเหมาะกับอุณหภูมิสูงกว่า PET และบางรุ่น Autoclave ได้

โดยทั่วไปมีข้อจำกัดด้านอุณหภูมิมากกว่า PP

การปั่นเหวี่ยง

นิยมใช้ใน Centrifuge Tube

ต้องตรวจค่า Max RCF ของผลิตภัณฑ์

จุดเด่น

ทนทาน เหมาะกับงานปั่นเหวี่ยงหลากหลาย

ความใส ช่วยสังเกตตัวอย่างได้ง่าย

เลือก Centrifuge Tube อย่างไร ไม่ควรดูแค่วัสดุ

แม้ PP หรือ PET จะช่วยบอกคุณสมบัติเบื้องต้นของหลอด แต่ในการใช้งานจริงควรตรวจสอบรายละเอียดอื่นร่วมด้วย โดยเฉพาะ Max RCF ซึ่งบอกว่าหลอดรองรับแรงเหวี่ยงได้สูงสุดเท่าใด รวมถึงช่วงอุณหภูมิ ความเข้ากันได้กับสารเคมี รูปแบบก้นหลอด และคุณสมบัติด้านความสะอาดหรือการปลอดเชื้อ

สำหรับงาน Molecular Biology หรือการเตรียมตัวอย่างที่ไวต่อการปนเปื้อน อาจต้องพิจารณาเพิ่มเติมว่าหลอดเป็น Sterile, DNase/RNase-free, Non-Pyrogenic หรือมีคุณสมบัติอื่นตามที่กระบวนการทดลองกำหนด

ก่อนซื้อ Centrifuge Tube เช็ก 5 เรื่องนี้ก่อน

การเลือกหลอดให้ตรงกับงานตั้งแต่แรกช่วยลดปัญหาทั้งหลอดเสียรูป การรั่ว หรือการใช้เกินข้อจำกัดของผลิตภัณฑ์ ควรตรวจสอบ ขนาดและปริมาตรของหลอด, Max RCF, ช่วงอุณหภูมิ, Chemical Compatibility และ Sterility ให้ตรงกับวิธีทดลอง รวมถึงตรวจสอบว่า Rotor หรือ Adapter ของเครื่อง Centrifuge รองรับขนาดและรูปทรงของหลอดหรือไม่

ดังนั้น แทนที่จะเลือกจากคำว่า PP หรือ PET เพียงอย่างเดียว ควรเริ่มจากเงื่อนไขของงาน แล้วจึงเลือก centrifuge tube ที่มีสเปกรองรับเงื่อนไขเหล่านั้นอย่างเหมาะสม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Centrifuge Tube

Q1. Centrifuge Tube PP สามารถ Autoclave ได้หรือไม่?

A: PP หลายเกรดสามารถทนอุณหภูมิสำหรับการ Autoclave ได้ แต่ต้องตรวจสเปกของผลิตภัณฑ์แต่ละรุ่น ตัวอย่าง Centrifuge Tube 50 ml แบบ Free-Standing ที่ Lap Manage จำหน่าย ระบุว่าสามารถ Autoclave ที่ 121°C ได้


Q2. Centrifuge Tube PP กับ PET แบบไหนใสกว่ากัน?

A: โดยทั่วไป PET มีความใสสูงกว่า จึงเหมาะเมื่อจำเป็นต้องสังเกตตัวอย่างภายในหลอดอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม PP เกรด Ultra-clear ก็สามารถให้ความใสที่ดีสำหรับงานห้องปฏิบัติการได้เช่นกัน


Q3. เลือก Centrifuge Tube สำหรับปั่นรอบสูงต้องดูอะไร?

A: ควรดูค่า Max RCF หรือค่าแรงเหวี่ยงสูงสุดที่หลอดรองรับเป็นหลัก ไม่ควรพิจารณาเฉพาะ RPM ของเครื่อง เพราะแรงที่เกิดขึ้นยังสัมพันธ์กับรัศมีของ Rotor ด้วย


Q4. Centrifuge Tube ของ LAPMA มีคุณสมบัติอะไรบ้าง?

A: ขึ้นอยู่กับแต่ละรุ่น โดย Centrifuge Tube Free-Standing 50 ml ที่ Lap Manage จำหน่าย ผลิตจาก Ultra-clear PP เป็นแบบ Sterile, Leakproof, DNase/RNase-free และ Non-Pyrogenic พร้อมรองรับ Max RCF 7,500 × g จึงควรเลือกจากสเปกให้ตรงกับงานที่ต้องการ


Q5. ซื้อ Centrifuge Tube ควรเลือกขนาดเท่าไร?

A: ควรเลือกตามปริมาตรตัวอย่างและ Rotor ของเครื่อง Centrifuge ที่ใช้งาน หากไม่แน่ใจเรื่องขนาด วัสดุ หรือค่า RCF สามารถสอบถาม Lap Manage เพื่อช่วยตรวจสอบสเปกของหลอดให้เหมาะกับลักษณะงานก่อนสั่งซื้อได้

เลือก Centrifuge Tube ให้ตรงกับงาน ช่วยให้การทดลองทำงานได้ราบรื่นขึ้น

Centrifuge Tube เป็นวัสดุสิ้นเปลืองที่ดูเหมือนเลือกไม่ยาก แต่รายละเอียดเล็ก ๆ อย่างชนิดพลาสติก ค่า RCF ความสามารถในการทนอุณหภูมิ และคุณสมบัติด้านความสะอาด ล้วนมีผลต่อการใช้งาน การเลือกหลอดโดยอ้างอิงจากสเปกของเครื่องและ Protocol ที่ใช้อยู่จึงเป็นวิธีที่เหมาะสมกว่าการเลือกจากราคาหรือวัสดุเพียงอย่างเดียว

เลือกอุปกรณ์ห้องแล็บและ Centrifuge Tube กับ Lap Manage

บริษัท แล็ป แมนเนจ จำกัด จำหน่ายอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ เครื่องมือสำหรับห้องปฏิบัติการ และวัสดุสิ้นเปลืองภายใต้แบรนด์ LAPMA รวมถึง centrifuge tube สำหรับงานห้องแล็บ ผู้ใช้งานสามารถเลือกผลิตภัณฑ์ตามขนาด รูปแบบหลอด และคุณสมบัติที่เหมาะกับงาน หากไม่แน่ใจว่าสเปกใดเหมาะกับเครื่อง Centrifuge หรือขั้นตอนการทดลอง สามารถสอบถามรายละเอียดผลิตภัณฑ์ก่อนเลือกใช้งาน เพื่อให้ได้อุปกรณ์ที่ตรงกับลักษณะงานและงบประมาณมากที่สุด

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ หลอดทดลอง อุปกรณ์วิทยาศาสตร์ เครื่องมือวิทยาศาสตร์ ติดต่อ

บริษัท แล็ป เมนแนจ จำกัด

94/369 ม.11 ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี 11110

Line : @lapmanage

Facebook: บจก.แล็ป แมนเนจ

โทรศัพท์ 065-9192828, 021-296-522

Email: online.lapmanage@gmail.com , Sale.lapmanage@gmail.com